Breaking News
Home / Hilignt / จรรยาบรรณ และ ความซื่อสัตย์ ต้องมาก่อนความเก่ง

จรรยาบรรณ และ ความซื่อสัตย์ ต้องมาก่อนความเก่ง

เอ่ยชื่อ วอร์เรน บัฟเฟตต์ ไม่มีใครปฏิเสธว่าไม่รู้จักมหาเศรษฐีท่านนี้ เพราะบนเส้นทางสายนักลงทุนระดับโลก ความเชี่ยวชาญของเขาไม่เป็นสองรองใครแน่ๆ มิเช่นนั้นวันนี้ชื่อเสียงของเขาคงไม่เป็นที่รู้จักของคนทั่วโลกในฐานะมหาเศรษฐีผู้ร่ำรวยที่สุดใน Wall Street


โดยหนึ่งในเบื้องหลังความสำเร็จของเขา นอกจากสายตาอันแหลมคมที่มองเกมในตลาดหุ้นได้ขาดแล้ว เขายังเป็นบุคคลที่ได้รับการยกย่องจากคนทั่วโลกในมุมมองด้านการบริหารจัดการที่เฉียบแหลม อย่างในเรื่องการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล เขาได้เผยถึงเทคนิคในการคัดเลือกคนมาทำงานกับเขาว่า สิ่งที่เขามองหาเป็นอันดับต้นๆ ในคนที่จะมาทำงานร่วมกับเขานั้น ไม่ใช่ความเก่งกาจ ทว่า สิ่งนั้นคือ จรรยาบรรณและความซื่อสัตย์

“สำหรับผม จรรยาบรรณในวิชาชีพ ความซื่อสัตย์ เป็นคุณสมบัติที่สำคัญซึ่งผมอยากให้มีในตัวพนักงานที่จะเข้ามาทำงานในบริษัทของผม เมื่อผ่านหลักเกณฑ์เรื่องคุณธรรมทั้งสองด้านนี้แล้ว สติปัญญาในการทำงานและไหวพริบในการแก้ไขปัญหา ตลอดจนพลังงานดีที่จะขับเคลื่อนให้งานนั้นเดินหน้าไป ค่อยเป็นคุณลักษณะต่อมาที่จะใช้พิจารณาเพื่อรับคนเข้ามาทำงาน”

เมื่อถามต่อว่าทำไมคุณธรรมทั้งสองด้านจึงเป็นหลักเกณฑ์สำคัญที่เขาใช้ในการพิจารณา คัดเลือก คนทำงาน บัฟเฟตต์ อธิบายว่า การได้พนักงานที่มีจรรยาบรรณในวิชาชีพและมีความซื่อสัตย์นั้น ก็เหมือนคุณได้เสาเข็มที่แข็งแกร่งมายึดรากฐานองค์กรของคุณให้แข็งแรง

ขณะเดียวกัน หากพนักงานของคุณมีความซื่อสัตย์ ย่อมส่งผลให้ ผู้บริหาร รวมถึงทุกคนที่ทำงานในทีม สามารถทำงานร่วมกันได้ด้วยความไว้เนื้อเชื่อใจ งานที่ทำก็มีโอกาสที่จะดำเนินไปอย่างราบรื่นและประสบความสำเร็จได้เร็วขึ้น นอกจากนั้นในระยะยาว หากในองค์กรของคุณมีสัดส่วนของคนที่มีคุณธรรมเหล่านี้ประจำใจในระดับสูง นั่นย่อมเป็นการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็งและดีงาม โดยที่คุณอาจไม่รู้ตัว


ถึงตอนนี้ หลายคนคงมีคำถามว่า แล้วต้องทำอย่างไร ถึงจะเฟ้นหาคนที่คุณสมบัติที่กล่าวมานี้มาร่วมงานได้ วันนี้เรามีกลวิธีที่มหาเศรษฐีระดับโลกท่านนี้ได้คิดค้นและนำไปใช้จริงมาแชร์กัน กับ 9 คำถาม ที่ บัฟเฟตต์ใช้เพื่อวิเคราะห์และค้นหาพนักงานที่มีคุณธรรมประจำใจมาร่วมงาน

1. หากคุณโดนเพื่อนร่วมงานแสดงปฏิกริยาต่อต้าน เมื่อตัดสินใจทำในสิ่งที่ถูกต้องที่อาจขัดกับความคิดเพื่อนร่วมงานบางคน คุณจะตอบสนองกับสถานการณ์นี้อย่างไร

2. ให้บอกเล่าถึงประสบการณ์ในชีวิตที่เคยต้องจัดการกับปัญหาที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมหรือต้องเผชิญกับความอยุติธรรม

3. คุณเคยทำอะไรในลักษณะที่แหกกฎเกณฑ์ หรือทำลายกฎเกณฑ์ บ้างหรือไม่ หากทำ ทำเพราะอะไร

4. หากเกิดสถานการณ์ที่ทำให้ไม่ไว้วางใจเพื่อนร่วมงาน / ผู้บังคับบัญชา จนก่อให้เกิดความตึงเครียดระหว่างตนเองและผู้อื่น คุณจะทำอย่างไรเพื่อปรับปรุงความสัมพันธ์ และสร้างบรรยากาศที่ดีในการทำงานร่วมกัน

5. หากคุณเห็นพนักงานคนอื่นทำผิด หรือปฏิบัติตนไม่เหมาะสมในที่ทำงาน คุณจะทำอย่างไร

6. เมื่อต้องทำงานเป็นทีม คุณปฏิบัติและมีความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานอย่างไร มีปัญหาในการทำงานร่วมกันหรือไม่

7. ในการทำงานเป็นทีม ช่วงเวลาหรือสถานการณ์ใดที่คุณประทับใจมากที่สุด

8. ถ้าในการทำงาน คุณต้องพูดอะไรบางอย่างกับลูกค้า ซึ่งเป็นการโกหกสีขาว หรือ white lie คุณจะยินดีทำหรือไม่

9. ในการทำงานที่ผ่านมา หัวหน้างานเคยบอกคุณหรือไม่ว่าคุณมีคุณสมบัติที่ดีด้านใด และตัวคุณคิดว่าคุณสมบัติด้านใดในตัวคุณที่ก่อประโยชน์ให้กับองค์กรมากที่สุด

ไม่เพียงเท่านั้น บัฟเฟตต์ยังเผยสมการ ที่เขาได้สรุปให้ดูในแบบเข้าใจง่าย ถึงคุณสมบัติในคนทำงานที่จะมีผลต่อการสร้างองค์กรของคุณ


จ้างคน ซื่อสัตย์ + มีสติปัญญา + มีพลังในการทำงาน = การจ้างที่คุ้มค่าที่สุด


จ้างคน พลังงานในการทำงานล้นเหลือ + มีสติปัญญา แต่ไม่มีความซื่อสัตย์ = คุณได้โจรที่ฉลาดและคล่องแคล่วมาทำงานด้วย


จ้างคน ซื่อสัตย์ + มีสติปัญญา แต่พลังงานน้อย = คุณได้รถเครื่องยนต์ดีแต่ไม่ไช่เครื่องยนต์กำลังแรงที่จะขับเคลื่อนให้บริษัทเติบโตได้


จ้างคน พลังงานในการทำงานล้นเหลือ + มีความซื่อสัตย์ แต่ไม่ฉลาด = คุณได้คนที่สามารถทำงานได้หลากหลายแต่ไม่ไช่คนเก่ง ที่จะแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ดีและมีวิสัยทัศน์เลย


จริงหรือไม่ ใช่หรือมั่ว คงต้องลองคิดตาม และนำไปปรับใช้เพื่อนำทางองค์กรไปสู่ความสำเร็จกันดู


ขอบคุณข้อมูลจาก : http://www.salika.co

 

 

About nui

Check Also

ผวจ.ชลบุรีลงพื้นที่มอบถุงยังชีพ-เงิน 5,000 บาท

ผวจ.ชลบุรีลงพื้ …

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *